Directory of Thailand Auto Parts Testing and Testing Equipment Services is the definitive guide to auto parts testing services in Thailand.

NEWS

    

สถาบันยานยนต์จับมือ รี้ดเทรดเด็กซ์ จัดสัมมนา “ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2018”4.0

                     สถาบันยานยนต์จับมือ รี้ด เทรดเด็กซ์ จัดสัมมนาใหญ่ "ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2018" ชูระบบออโตเมชั่นและ โรโบติกส์ หนุนผู้ประกอบการไทยสู่ยุคทอง 4.0 ปัจุบันอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนโลก ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงตามเมกะเทรนด์ และการพัฒนาเทคโนโลยียานยนต์ ทำให้ผู้ผลิตยานยนต์และชิ้นส่วนต้องมีการปรับตัว รวมถึงต่อยอดการผลิตเพื่อก้าวไปสู่การผลิตยานยนต์สมัยใหม่ ในส่วนของแนวโน้มการผลิตในประเทศไทยระยะ 2-3 ปีนี้ คาดว่าตลาดการผลิตในประเทศจะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการสิ้นสุดของเงื่อนไขการถือครองรถยนต์ตามมาตรการรถยนต์คันแรก ทำให้ผู้บริโภคเริ่มมีการซื้อขาย เปลี่ยนถ่ายโอน และมีสัดส่วนการผลิตรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าในการขับเคลื่อน (HEV,PHEV) เพิ่มขึ้น เนื่องจากผู้ผลิตรถยนต์ บางรายต้องผลิตตามแผนที่ได้ยื่นขอรับการส่งเสริมจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) ไว้ในปี 2560 – 2561 รวมถึงการส่งออกไปยังประเทศตะวันออกกลางของไทยฟื้นตัวเนื่องจากราคาน้ำมันโลกมีแนวโน้มที่สูงขึ้น

zSCMUy.jpg

                     สำหรับปี 2561 มีการคาดการณ์การผลิตรถยนต์อยู่ที่ 2.0 ล้านคัน สูงกว่าปี 2560 ซึ่งมีจำนวน 1.95 ล้านคัน แบ่งเป็นการผลิตเพื่อการส่งออกประมาณ 1.1 ล้านคัน เท่ากับ 55% ของยอดการผลิตทั้งหมด และผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศประมาณ 900,000 คัน เท่ากับ 45% ของยอดการผลิตทั้งหมด ซึ่งไตรมาสที่ 1 ปี 2561ที่ผ่านมา สภาวะอุตสาหกรรมยานยนต์ การผลิตรถยนต์และรถจักรยานยนต์ยังอยู่ในช่วงขยายตัว โดยมีปริมาณการผลิตรถยนต์จำนวน 539,690 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 11 และมีปริมาณการผลิตรถจักรยานยนต์อยู่ที่ 543,178 คัน เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2560 ร้อยละ 5 เป็นผลมาจากการจำหน่ายในประเทศที่เพิ่มขึ้น ปัจจุบัน รัฐบาลได้ให้ความสำคัญต่ออุตสาหกรรมยานยนต์เนื่องจากเป็น 1 ใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมายที่มีศักยภาพต้องอาศัยเทคโนโลยีขั้นสูงและนวัตกรรมในกระบวนการผลิต ซึ่งเป็นกลไกสำคัญที่จะขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศในยุค 4.0

                     นายอดิศักดิ์ โรหิตะศุน กรรมการสถาบันยานยนต์ ผู้ทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันยานยนต์ กล่าวว่า "คณะรัฐมนตรีได้มีมติเห็นชอบมาตรการสนับสนุนการผลิตรถยนต์ที่มีคุณสมบัติ สะอาด ประหยัด ปลอดภัย และรถยนต์ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย รวมทั้งสนับสนุนให้ผู้ประกอบการ SME ซึ่งในอุตสาหกรรมยานยนต์ คือผู้ผลิตชิ้นส่วนเป็นส่วนใหญ่ปรับตัวสู่ยุค Industry 4.0 โดยการปรับเปลี่ยนการทำงานเข้าสู่ระบบดิจิทอล การนำเอาระบบอัตโนมัติและระบบโรโบติกส์เข้ามาใช้ เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันในระดับนานาชาติได้

                     ทางด้าน นายอิสระ บุรินทรามาตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เผยว่า "แนวคิดของการจัดแสดงเทคโนโลยีและการประชุมสัมมนาในปีนี้ อยู่ภายใต้ปรัชญา " International Car Policy" ชี้วิสัยทัศน์ ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกยานยนต์ที่สำคัญของโลก เตรียมความพร้อมสู่อนาคตด้วยแนวคิด "เทคโนโลยีสมัยใหม่ เพื่อ ยานยนต์ยุคใหม่"

                     โดยผลจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้นำเข้าเทคโนโลยีภายในงาน แมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โปในปีที่ผ่านมา พบว่า แนวโน้มการผลิตยานยนต์สมัยใหม่มีการปรับเปลี่ยนโฉม โดยยังคงเน้นเครื่องยนต์สันดาปภายในที่มีประสิทธิภาพและประหยัดพลังงาน (ICE) ควบคู่กับการพัฒนารถยนต์ไฮบริด (HEV) และ รถยนต์ปลั๊กอินไฮบริด (PHEV) ที่จะมีความต้องการมากขึ้นในอนาคต ในขณะที่รถยนต์ไฟฟ้าที่ใช้แบตเตอรี่ (BEV) ยังเป็นรถยนต์ทางเลือกที่ยังไม่สามารถทดแทนรถยนต์ในสามกลุ่มแรกได้ในอนาคตอันใกล้นี้

                     ด้วยแนวโน้มดังกล่าว นำไปสู่ความท้าทายต่อผู้ประกอบการอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ โดยองค์ประกอบที่สำคัญอีกส่วนหนึ่ง สำหรับยานยนต์ยุคใหม่ คือ การผลิตชิ้นส่วนรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบาแต่มีความแข็งแรงทนทาน เช่น ชิ้นส่วนตัวถัง และกันชน โดยใช้วัสดุประเภทพลาสติกแทนการใช้วัสดุประเภทโลหะแบบเดิม เพื่อให้รถยนต์มีน้ำหนักเบาขึ้น และยังช่วยลดโอกาสเกิดการบาดเจ็บให้น้อยลงด้วยความยืดหยุ่นของพลาสติกที่มีมากกว่าโลหะ นอกจากนี้ การพัฒนาชิ้นส่วน อิเล็กทรอนิกส์ในยานยนต์ยุคใหม่ ส่งผลให้เกิดความต้องการชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อีกทั้งการเปลี่ยนแปลงโมเดลรถยนต์ที่เพิ่มความทันสมัยมากขึ้น ส่งผลให้เกิดความต้องการด้านแม่พิมพ์ที่มีความซับซ้อนและแม่นยำสูงขึ้น ตลอดจนความต้องการด้านการชุปเคลือบชิ้นส่วนรถยนต์และสีผิวของตัวถัง ส่งผลให้ต้องมีการพัฒนาเทคโนโลยีการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ในหลายกระบวนการ ซึ่งเทคโนโลยีทั้งหมดนี้จะถูกนำมาจัดแสดงในงานแมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2018

                     อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ คือ การยกระดับขีดความสามารถของคลัสเตอร์ในอุตสาหกรรมยานยนต์เพื่อชิงความได้เปรียบทางการแข่งขัน โดยในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา พบว่ากว่าร้อยละ 70 ของการนำเข้าหุ่นยนต์อุตสาหกรรมได้ถูกนำไปใช้ในการพัฒนาสายการผลิตในอุตสาหกรรมการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ เพื่อลดต้นทุน สร้างความรวดเร็ว และเพิ่มประสิทธิภาพให้กับการผลิตยานยนต์ยุคใหม่ รวมถึงการเตรียมความพร้อมเพื่อยกระดับคลัสเตอร์ชิ้นส่วนของไทยของผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ Tier 2 และ Tier 3 ประมาณ 2,000 โรงงาน โดยนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์อุตสาหกรรมมาใช้การระบบการผลิตของตนมากขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับผู้ประกอบรถยนต์และผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ใน Tier 1 ทางบริษัท รี้ด ฯจึงได้รวบรวมหุ่นยนต์กว่า17 แบรนด์ จาก10 ประเทศทั่วโลก นำมาจัดแสดงภายในงาน แมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2018 ระว่างวันที่ 20- 24 มิถุนายนนี้ เพื่อให้กับผู้ประกอบการทั้งขนาดกลางและขนาดย่อม ได้สัมผัสกับเทคโนโลยีเพื่อเพิ่มการตัดสินใจก้าวสู่การผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ด้วยระบบอัตโนมัติ พร้อมกับได้มีโอกาสพูดคุยกับผู้เชื่อมโยงระบบ (System Integrator)โดยตรงที่จะให้คำปรึกษากับผู้ประกอบการที่มุ่งยกระดับคุณภาพการผลิต แบบ One Stop Service นอกจากนี้ผู้ประกอบการจะได้สร้างเคลือข่ายทางธุรกิจโดยการพบปะผู้ผลิตชิ้นส่วนยานยนต์ ใน Tier ต่างๆ เพื่อสร้างแรงแรงบรรดาลใจและเพิ่มวิสัยทัศน์ด้วยองค์ความรู้ใหม่

                     ทั้งนี้ สถาบันยานยนต์ ร่วมกับ บริษัท รี้ด เทรดเด็กซ์ จำกัด เล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องการนำระบบ ออโตเมชั่น และโรโบติกส์มาใช้ในอุตสาหกรรมยานยนต์ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงกำหนดให้มีการจัดงาน "ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2018" ซึ่งเป็นการสัมมนาภายใต้งาน แมนูแฟคเจอริ่ง เอ็กซ์โป 2018 ด้วยแนวคิด " พลิกมิติ อุตฯยานยนต์ไทยสู่ยุคทอง 4.0 ด้วยระบบออโตเมชั่นและโรโบติกส์" โดยได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ดร.อุตตม สาวนายน เป็นประธานในพิธีเปิดงาน และ กล่าว ปาถกฐาพิเศษเรื่อง "แนวทางการพัฒนาและส่งเสริมเอสเอ็มอีเข้าถึงระบบอัตโนมัติ เพื่อขับเคลื่อนภาคอุตสาหกรรมสู่ยุค 4.0" และการบรรยายพิเศษเรื่อง "ความพร้อมของอุตสาหกรรมไทยในการพัฒนาผู้ประกอบการเข้าสู่ระบบอัตโนมัติ" จากคุณสุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยและพบกับผู้เชี่ยวชาญที่มีชื่อเสียงในวงการระบบออโตเมชั่นและโรโบติกส์ มาให้ความรู้และร่วมเสวนา ในวันพุธที่ 20 มิถุนายน 2561 เวลา 09.30-15.30 น. ณ ห้อง แกรนด์ ฮอลล์ 202-203 ชั้น 2 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ปรากฎการณ์ครั้งสำคัญอย่างนี้ไม่ควรพลาด รู้ทันและรู้เทรนด์ก่อนใคร มีชัยไปกว่าครึ่งใน "ออโตโมทีฟ ซัมมิท 2018"

                     กำหนดการ : https://bit.ly/2I21dSk

                     ลงทะเบียนออนไลน์ : https://bit.ly/2wkWWYJ

                    

****************************************************************************************

ขอบคุณข้อมูลจาก : www.thaipr.net

http://www.thaipr.net/auto/858554